huahinpropertylist.comTH|EN

ซื้ออสังหาฯ

คู่มือชาวต่างชาติซื้อคอนโดหัวหิน ปี 2026 สิทธิ์ถือครอง ค่าโอน และสิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อ

สรุปสิ่งที่ผู้ซื้อต่างชาติควรรู้ก่อนซื้อคอนโดหัวหิน ทั้งโควตาต่างชาติ 49% การเช่าระยะยาว 30 ปี การโอนเงินจากต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ สำนักงานที่ดิน และขั้นตอนตรวจสอบก่อนวางเงิน

อ่าน 11 นาทีอัปเดต 20 ตุลาคม 2569

หัวหินเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ชาวต่างชาติมีตัวเลือกคอนโดริมทะเลและในเมืองให้เลือกมาก และอยู่ห่างกรุงเทพฯ ไม่ไกล กฎหมายเรื่องการถือครองของชาวต่างชาติไม่ซับซ้อนเมื่อเข้าใจหลัก แต่มีความเข้มงวด หากเริ่มต้นผิดขั้นตอนอาจแก้ไขภายหลังได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

บทความนี้สรุปว่าชาวต่างชาติถือครองอะไรได้บ้าง ต้องนำเงินเข้าประเทศอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรที่สำนักงานที่ดิน และควรตรวจสอบอะไรก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดหัวหิน เหมาะทั้งกับผู้ซื้อต่างชาติและคนไทยที่ช่วยครอบครัวหรือคู่ชีวิตชาวต่างชาติวางแผนซื้อ

ชาวต่างชาติถือครองอะไรได้บ้าง

โดยหลักแล้วกฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในนามตนเอง ข้อยกเว้นที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ใช้คือห้องชุดในอาคารที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติอาคารชุด ห้องชุดแต่ละห้องจะมีหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ออกโดยสำนักงานที่ดิน และชาวต่างชาติถือในชื่อของตนเองได้โดยไม่ต้องมีหุ้นส่วนคนไทย

บ้านและที่ดินต่างออกไป ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของตัวอาคารแยกจากที่ดินได้ แต่ตัวที่ดินมักใช้วิธีจดทะเบียนการเช่า นี่คือเหตุผลที่พูลวิลล่าในหัวหินจำนวนมากขายให้ชาวต่างชาติในรูปแบบสิทธิการเช่า (leasehold)

โควตาต่างชาติ 49%

ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด ห้องชุดที่ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ในอาคารชุดหนึ่ง ๆ รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 49 ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด อีกร้อยละ 51 ต้องเป็นของคนไทย โควตานี้คิดต่ออาคารชุด ไม่ได้คิดต่อผู้ซื้อแต่ละราย

ในทางปฏิบัติหมายความว่า

  • ควรถามตั้งแต่ต้นว่าห้องที่สนใจยังโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติได้หรือไม่ อาคารริมหาดที่ได้รับความนิยมอาจใช้โควตาเต็มแล้ว
  • นิติบุคคลอาคารชุดต้องออกหนังสือรับรองสัดส่วนการถือกรรมสิทธิ์ของคนต่างด้าว ซึ่งต้องใช้ประกอบการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน
  • หากโควตาเต็ม ผู้ขายอาจเสนอให้ทำสัญญาเช่าแทน ซึ่งเป็นสิทธิที่แตกต่างและด้อยกว่ากรรมสิทธิ์มาก

ผู้ซื้อต่างชาติส่วนใหญ่มีคุณสมบัติตามมาตรา 19 ในกรณีที่นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพื่อซื้อห้องชุด นอกจากนี้ยังมีกรณีอื่น เช่น ผู้ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนบางประเภท ควรให้ทนายความช่วยดูว่าเข้าเงื่อนไขข้อใด

กรรมสิทธิ์ (Freehold) กับสิทธิการเช่า (Leasehold)

กรรมสิทธิ์ คือห้องชุดจดทะเบียนในชื่อผู้ซื้อบนหนังสือกรรมสิทธิ์ ไม่มีวันสิ้นสุด ขายต่อได้ จำนองได้หากสถาบันการเงินรับ และทำพินัยกรรมยกให้ทายาทได้

สิทธิการเช่า คือสิทธิใช้ทรัพย์ตามระยะเวลาที่ตกลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ทำได้ไม่เกิน 30 ปี และการเช่าที่เกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับได้เพียง 3 ปี

สัญญาเช่าหลายฉบับเขียนว่า "ต่อสัญญาได้อีก 30 ปี" หนึ่งหรือสองครั้ง ควรเข้าใจข้อจำกัดของข้อความนี้ให้ชัด

  • ข้อตกลงต่อสัญญาเป็นเพียงคำมั่นระหว่างคู่สัญญา ไม่ใช่สิทธิที่จดทะเบียนไว้สำหรับช่วงเวลาถัดไป
  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4655/2566 ซึ่งมีการรายงานในปี 2568 วินิจฉัยว่าการตกลงต่อสัญญาไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้สิทธิเกิน 30 ปีไม่มีผลบังคับ แม้จะชำระค่าเช่าไปแล้วและจดทะเบียนสัญญาแรกไว้ก็ตาม
  • หากเจ้าของที่ดินขายที่ดิน เสียชีวิต หรือล้มละลาย การบังคับให้ผู้รับโอนหรือทายาทต่อสัญญาอาจทำได้ยากหรือทำไม่ได้

สิทธิการเช่ายังเหมาะกับผู้ซื้อบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่ต้องการใช้วิลล่าในระยะกลาง เพียงแต่ควรประเมินราคาในฐานะสิทธิใช้ไม่เกิน 30 ปี ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ถาวร

การนำเงินเข้าจากต่างประเทศ

หากซื้อห้องชุดเป็นกรรมสิทธิ์ด้วยเงื่อนไขนำเงินตราต่างประเทศเข้ามา เงินค่าซื้อต้องโอนจากต่างประเทศเป็นสกุลเงินต่างประเทศ แล้วให้ธนาคารในไทยแลกเป็นเงินบาท ธนาคารจะออกหลักฐานการรับเงิน ซึ่งมักเรียกว่าแบบ Foreign Exchange Transaction (FET) หรือหนังสือรับรองของธนาคาร สำนักงานที่ดินจะตรวจเอกสารนี้ก่อนจดทะเบียนโอน

ข้อแนะนำ

  • โอนเป็นเงินสกุลต่างประเทศ ไม่ใช่เงินบาทที่ซื้อจากต่างประเทศ เพื่อให้ธนาคารไทยบันทึกการแลกเปลี่ยนไว้
  • ระบุวัตถุประสงค์ให้ชัด เช่น เพื่อซื้อห้องชุด พร้อมชื่อผู้ซื้อ ชื่อโครงการ และเลขห้อง
  • สอบถามธนาคารผู้รับก่อนโอนว่าจะออกเอกสารแบบใดสำหรับแต่ละงวด เพราะแต่ละธนาคารต่างกัน และไม่ควรเชื่อข้อมูลเก่าที่ระบุยอดขั้นต่ำตายตัว
  • เก็บหลักฐาน SWIFT และเอกสารธนาคารทุกฉบับ เพื่อให้ทนายความตรวจก่อนวันโอน

ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ สำนักงานที่ดิน

ค่าใช้จ่ายชำระในวันโอนที่สำนักงานที่ดิน โดยทั่วไปคำนวณจากราคาประเมินของทางราชการ ซึ่งอาจไม่เท่ากับราคาซื้อขายจริง

  • ค่าธรรมเนียมการโอน: ปกติร้อยละ 2 ของราคาประเมิน มักแบ่งจ่ายคนละครึ่ง แต่ตกลงกันได้และควรเขียนไว้ในสัญญา
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ: ร้อยละ 3.3 ของราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาขายกับราคาประเมิน ผู้ขายมักเป็นผู้จ่าย ใช้เมื่อผู้ขายถือครองไม่ถึง 5 ปี หรือขายในลักษณะทางการค้า
  • อากรแสตมป์: ร้อยละ 0.5 เสียแทนภาษีธุรกิจเฉพาะในกรณีที่ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ปกติเป็นของผู้ขาย
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย: เก็บจากผู้ขาย บุคคลธรรมดาคำนวณจากราคาประเมินแบบอัตราก้าวหน้าตามจำนวนปีที่ถือครอง นิติบุคคลเสียร้อยละ 1 ของราคาที่สูงกว่า

รัฐบาลลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือร้อยละ 0.01 สำหรับบางกรณีจนถึง 30 มิถุนายน 2570 แต่มาตรการตามที่ประกาศจำกัดเฉพาะผู้ซื้อสัญชาติไทย และราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ผู้ซื้อต่างชาติจึงควรเตรียมงบตามอัตราปกติ

สำหรับคอนโดใหม่ ให้เตรียมเงินกองทุนส่วนกลาง (sinking fund) ที่จ่ายครั้งเดียว และค่าส่วนกลางล่วงหน้าด้วย ขอตัวเลขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวางเงินจอง

ตรวจสอบก่อนวางเงิน

  1. ตรวจโฉนดและหนังสือกรรมสิทธิ์ ให้ทนายความค้นที่สำนักงานที่ดิน ดูชื่อเจ้าของ ภาระจำนอง การอายัด และสิทธิที่จดทะเบียนไว้
  2. ผู้พัฒนาโครงการและใบอนุญาต สำหรับโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ ตรวจบริษัท ใบอนุญาตก่อสร้าง รายงาน EIA ในกรณีที่ต้องมี และการจดทะเบียนอาคารชุด
  3. โควตาต่างชาติ ขอหนังสือยืนยันว่าห้องนี้โอนให้ชาวต่างชาติได้
  4. นิติบุคคลอาคารชุด กรณีซื้อต่อ ผู้ขายต้องขอหนังสือรับรองว่าไม่มีหนี้ค่าส่วนกลางค้างชำระ ควรขอดูงบการเงินและรายงานการประชุมล่าสุดด้วย
  5. ค่าส่วนกลางและกองทุน ดูอัตราต่อตารางเมตร สิ่งที่ครอบคลุม ยอดกองทุน และแผนซ่อมใหญ่
  6. ข้อบังคับอาคาร อ่านเรื่องสัตว์เลี้ยง การรีโนเวต และการปล่อยเช่ารายวัน
  7. สัญญา ตรวจงวดชำระ วันแล้วเสร็จ ระยะรับประกันความชำรุด และผลเมื่อฝ่ายใดไม่สามารถโอนได้

ใช้ทนายความที่เป็นอิสระ

เลือกทนายความที่ทำงานให้ผู้ซื้อ ไม่ใช่ทนายที่ผู้ขายหรือผู้พัฒนาโครงการแนะนำหรือจ่ายค่าจ้าง ทนายที่ดีจะตรวจสัญญาจองและสัญญาซื้อขายก่อนลงนาม ค้นข้อมูลที่ดิน ตรวจแผนการโอนเงิน และไปจดทะเบียนแทนได้หากผู้ซื้อไม่สะดวก

อย่าใช้นอมินี

อาจมีผู้เสนอให้ถือที่ดินผ่านบริษัทไทยหรือบุคคลไทยแทนชาวต่างชาติ การใช้คนไทยถือที่ดินแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ผิดกฎหมาย ในปี 2569 กรมที่ดินประกาศเข้มงวดการตรวจแหล่งที่มาของเงินและบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ บทลงโทษมีทั้งปรับ จำคุก และคำสั่งให้จำหน่ายที่ดิน ผู้ที่ร่วมเป็นนอมินีก็มีความผิดด้วย จึงควรถือว่าเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อเงินของท่าน

ขั้นตอนต่อไป

ไม่ต้องรีบตัดสินใจ ผู้ซื้อหลายคนเลือกเช่าก่อนเพื่อทำความรู้จักเมือง อ่านเพิ่มได้ในคู่มือเช่าระยะยาวในหัวหิน และเปรียบเทียบทำเลในคู่มือเลือกทำเลในหัวหิน จากนั้นดูทรัพย์ขาย และโครงการ หากมีคำถามเกี่ยวกับประกาศใด ติดต่อเราได้

แหล่งข้อมูล